วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ความหมายของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
               การสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการหรือวิธีถ่ายทอดข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่มักจะอยู่ห่างไกลกัน ต้องอาศัยระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นสื่อกลาง

               เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เพื่อให้สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งสามารถใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายร่วมกันได้ เช่น ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น


องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล
       1. ข่าวสาร ในทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร ข่าวสารเป็นข้อมูลที่ผู้ส่งทำการส่งไปยังผู้รับผ่านระบบการสื่อสาร ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
       2. ผู้ส่ง เป็น อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่อยู่ต้นทาง โดยข้อมูลต้องถูกจัดเตรียมนำเข้าสู่อุปกรณ์ส่งข้อมูล
       3. ผู้รับ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากอุปกรณ์ส่งข้อมูล เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
       4. สื่อกลางหรือตัวกลาง เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นำข่าวสารรูปแบบต่างๆจากผู้ส่งไปยังผู้รับ ได้แก่สายไฟ ขดลวด สายเคเบิล สายไฟเบอร์ออฟติก เป็นต้น สื่อกลางอาจจะอยู่ในรูปของคลื่นที่ส่งผ่านทางอากาศ เช่น คลื่นไมโครเวฟ คลื่นดาวเทียม คลื่นวิทยุ เป็นต้น
       5. โพรโตคอล เป็นตัวกำหนดคุณลักษณะ กฎระเบียบ หรือวิธีการที่ใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งเข้าใจกัน และสามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง
       6. ซอฟต์แวร์ เป็นโปรแกรมสำหรับดำเนินการและควบคุมการส่งข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ข้อมูลตามที่กำหนดไว้ ตัวอย่างซอฟต์แวร์ เช่น Microsoft Windows XP/Vista/7, Unix , Internet Explorer , Windows Live Message เป็นต้น



องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
   ♠  หน่วยรับเข้า (Input Unit)
         ทำหน้าที่รับข้อมูลคำสั่งจากผู้ใช้ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปประมวลผล โดยผ่านอุปกรณ์สำหรับนำเข้าข้อมูล
  ♠  หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
         ทำหน้าที่ประมวลผล คำนวณ และควบคุมการทำงานต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์

         1. หน่วยควบคุม (Control Unit : CU)  => ทำหน้าที่อ่านคำสั่ง สั่งงาน และควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
         2. หน่วยคำนวณตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit : ALU)  => ทำหน้าที่คำนวณด้วยวิธีการทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร การเปรียบเทียบข้อมูลมากกว่า น้อยกว่า เป็นต้
 
  ♠  หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)
         เป็นหน่วยเก็บข้อมูลก่อนนำไปประมวลผล เก็บคำสั่งโปรแกรมขณะใช้งาน และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนนำไปแสดงผล หน่วยความจำหลักแบ่งออกเป็น
2 ประเภท
         1. หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read Only Memory : ROM)
          เป็นหน่วยความจำที่บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ได้บรรจุชิปหน่วยความจำแบบติดตั้งถาวร หรือไบออส บนแผงวงจรหลักเรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลที่บรรจุลงไปในหน่วยความจำจะยังคงอยู่แม้จะปิดเครื่องไปแล้ว แต่ไม่สามารถบรรจุข้อมูลเพิ่มเติมลงไปได้

         2. หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory : RAM)
          เป็นหน่วยความจำที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลและคำสั่ง มีหน้าที่จดจำคำสั่งที่เป็นโปรแกรมและข้อมูลที่จะทำการประมวลผล หากเกิดไฟฟ้าดับหรือไม่มีกระแสไฟฟ้าข้อมูลที่อยู่ภายในจะหายไปทั้งหมด
   ♠  หน่วยความจำรอง (Secondary Memory Unit)
         เป็นหน่วยความจำที่สามารถรักษาข้อมูลได้ตลอดไป ไม่มีทางสูญหายหลังจากเปิดเรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว
 
  ♠  หน่วยส่งออก (Output Unit)
         ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ออกมาให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ได้ตามต้องการ

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
      

               การทำงานของคอมพิวเตอร์เริ่มต้นจากผู้ใช้งานป้อนข้อมูล หรือคำสั่งผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล  (Input Unit) ไปประมวลผล (Central Processing Unit) เพื่อประมวลผลตามข้อมูลหรือคำสั่งที่ได้รับ อาจมีการเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit) เพื่อการประมวลผล แล้วแสดงผลลัพธ์ผ่านทางอุปกรณ์แสดงผล (Output Unit) ชนิดต่างๆ หากผู้ใช้ต้องการการบันทึกข้อมูลเก็บไว้ ก็จะทำการบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำรอง (Secondary Memory Unit) ชนิดต่างๆ ต่อไป

                        

องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
   ♠  หน่วยรับเข้า (Input Unit)
         ทำหน้าที่รับข้อมูลคำสั่งจากผู้ใช้ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปประมวลผล โดยผ่านอุปกรณ์สำหรับนำเข้าข้อมูล
  ♠  หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
         ทำหน้าที่ประมวลผล คำนวณ และควบคุมการทำงานต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์

         1. หน่วยควบคุม (Control Unit : CU)  => ทำหน้าที่อ่านคำสั่ง สั่งงาน และควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
         2. หน่วยคำนวณตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit : ALU)  => ทำหน้าที่คำนวณด้วยวิธีการทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร การเปรียบเทียบข้อมูลมากกว่า น้อยกว่า เป็นต้
 
  ♠  หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)
         เป็นหน่วยเก็บข้อมูลก่อนนำไปประมวลผล เก็บคำสั่งโปรแกรมขณะใช้งาน และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนนำไปแสดงผล หน่วยความจำหลักแบ่งออกเป็น
2 ประเภท
         1. หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read Only Memory : ROM)
          เป็นหน่วยความจำที่บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ได้บรรจุชิปหน่วยความจำแบบติดตั้งถาวร หรือไบออส บนแผงวงจรหลักเรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลที่บรรจุลงไปในหน่วยความจำจะยังคงอยู่แม้จะปิดเครื่องไปแล้ว แต่ไม่สามารถบรรจุข้อมูลเพิ่มเติมลงไปได้

         2. หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory : RAM)
          เป็นหน่วยความจำที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลและคำสั่ง มีหน้าที่จดจำคำสั่งที่เป็นโปรแกรมและข้อมูลที่จะทำการประมวลผล หากเกิดไฟฟ้าดับหรือไม่มีกระแสไฟฟ้าข้อมูลที่อยู่ภายในจะหายไปทั้งหมด
   ♠  หน่วยความจำรอง (Secondary Memory Unit)
         เป็นหน่วยความจำที่สามารถรักษาข้อมูลได้ตลอดไป ไม่มีทางสูญหายหลังจากเปิดเรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว
 
  ♠  หน่วยส่งออก (Output Unit)
         ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ออกมาให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ได้ตามต้องการ

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
      

        การทำงานของคอมพิวเตอร์เริ่มต้นจากผู้ใช้งานป้อนข้อมูล หรือคำสั่งผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล (Input Unit) ไปประมวลผล (Central Processing Unit) เพื่อประมวลผลตามข้อมูลหรือคำสั่งที่ได้รับ อาจมีการเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit) เพื่อการประมวลผล แล้วแสดงผลลัพธ์ผ่านทางอุปกรณ์แสดงผล (Output Unit) ชนิดต่างๆ หากผู้ใช้ต้องการการบันทึกข้อมูลเก็บไว้ ก็จะทำการบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำรอง (Secondary Memory Unit) ชนิดต่างๆ ต่อไป

                        

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความสำคัญของการตัดต่อ

ความสำคัญของการตัดต่อ
    
       การตัดต่อลำดับภาพมีความสำคัญในส่วนที่ทำให้ผู้ดูเข้าใจเรื่องราวที่นําเสนอและได้อารมณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่ม จนจบเรื่อง

☻ 1. การดึงผู้ดูให้เข้าไปเกี่ยวของและเป็นส่วนหนึ่งกับเหตุการณ์ในเรื่องทำให้ผู้ดูเกิดสภาพอารมณ์ตามที่ผู้ตัดต่อต้องการ
☻ 2.  การสร้างเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง
☻ 3.  การเชื่อมต่อภาพให้ดูลื่นไหล
☻ 4.  การแก้ไขจุดบกพร่องที่อาจจะเกิดมาจากการถ่ายทำ
☻ 5.  การกำหนดเวลา หรือ การกําจัดเวลา



ที่มา : https://sites.google.com/site/digital57402/sux-dicithal/thekhnikh-kar-tad-tx-phaph-dwy-sux-dicithal

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการตัดต่อลำดับภาพด้วยระบบดิจิทัล (คอมพิวเตอร์)

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการตัดต่อลำดับภาพด้วยระบบดิจิทัล 
(คอมพิวเตอร์)

อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (
Hardware)
☼  1.   กล่องวีดิโอดิจิทัล (Video Digital Camera) กลองวีดิโอดิจิทัลในปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อ และหลายรุ่น ราคาแตกตางกันออกไป ทั้งนี้ราคาของกล้องวีดิโอดิจิทัลจะขึ้นอยู่กับความละเอียดของภาพและความคม ชัดของเสียงที่บันทึกได้ การจัดเก็บ ข้อมูลที่บันทึกได้มักนิยมเก็บไว้ในเทปที่เรียกว่า  Mini DV เพราะเก็บขอมูลภาพวีดิโอได้มาก
☼  2.   สาย Fire Wire หรือ สาย I-link เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างกล้องและคอมพิวเตอร์ เพื่อถ่ายโอนข้อมูล
☼  3.   การ์ดจับภาพ (capture card) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการนำภาพวีดิโอออกจากกล้องเพื่อนำเขาเครื่องคอมพิวเตอร์
☼  4.  โปรแกรมที่ใช้สำหรับงานตัดต่อ ไดแก่
    •  โปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อไฟล์วีดิโอ เช่น Window  Movie  Maker,   Ulead Video   Studio,   Adobe  Premiere,
Macromedia Director  เป็นต้น
    •  โปรแกรมที่ใช้ในการแปลงไฟล์ เช่น ImTOO MPEG Encoder, WMA Converter, WinAVI Video Converter, Speed
Video Converter เป็นต้น
    •  โปรแกรมที่ใช้เขียนข้อมูลเพื่อสร้างแผ่น VCD  หรอ DVD    เช่น  Nero  Burning  Rom,  ultra  iso  ,  Alcohol  120%  , IsoBurner , Smart Tip (Freeware) เป็นต้น


การตัดต่อ

การตัดต่อ
        
            
♣  การตัดต่อภาพยนตร์ เป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งในการสร้างภาพยนตร์ ซึ่งหมายถึง การลำดับภาพจากภาพยนตร์ที่ถ่าย ทำไว้ โดยนำแต่ละฉากมาเรียงร้อยกันตามโครงเรื่อง จากนั้นก็จะใช้เทคนิคการตัดต่อให้ภาพและเสียงมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน เพื่อให้ได้ภาพยนตร์ที่มีความสมบูรณ์เต็มรูปแบบ ก่อนที่จะนำไปเผยแพร ต่อไป
            
♣  การตัดต่อลำดับภาพ หมายถึง การเชื่อมต่อกันระหว่างช็อต 2    ช็อต เพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยภาพ ซึ่งสามารถกระทำได้ทั้ง ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยการนำชิ้นงานแต่ละช็อต แต่ละฉากมาเรียงกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและกลมกลืนกันด้วยเทคนิค วิธีต่างๆ จนกระทั่งสามารถเล่าเรื่องราวได้ตามบท (Script) ที่เขียนไว้
     ดังนั้นผู้ตัดต่อที่ดี ต้องคิดสรรช็อตที่ดีและฉากที่ดีมาเรียงต่อกัน โดยจะต้องคำนึงถึงความยาว จังหวะ รวมถึงอารมณ์ที่ ต้องการสื่อให้ผู้ รับสารได้ รับรู้ และที่สำคัญก็คือ ต้องคำนึงถึงความเป็นเอกภาพของเรื่องนั้นๆ ด้วย
            
♣  การตัดต่อภาพและเสียง หมายถึง กระบวนการนำภาพต่างๆ ที่บันทึกไว้มาลำดับเป็นเรื่องราวโดยอาศัยเครื่องมือตัดต่อ  รวมถึง การซ้อนตัวหนังสือ หรือการสร้างภาพพิเศษต่างๆ  เพื่อสร้างความสมบูรณ์ของรายการในการสื่อความหมาย   ตลอดจนการใส่เสียง บรรยาย เสียงประกอบ ตามรูปแบบของรายการนั้นๆ


Transitions และ การตัดต่อแบบต่างๆ

Transitions
   ♠ Fade     :  ภาพจาง
                       :  มี 2 แบบ คือ 
► Fade in การเชื่อมภาพที่เปลี่ยนจากจอมืดมาเป็นภาพ
                                                ► Fade out การเปลี่ยนจากภาพมาเป็นจอมืด
                        :  มักใช้ตอนเริ่มต้นและตอนจบของรายการ
                        :  บอกถึงการเปลี่ยนฉาก , เวลาผ่านไปแล้ว
   ♠ Wipe   :  การกวาดภาพ
                      :  การเชื่อมภาพ 2 ภาพบนหน้าจอ  โดยภาพที่ 1 ถูกแทนที่ด้วยภาพที่ 2
                      :  เลือกจาก Wipe Pattern ให้เลือกใช้  เช่น รูปแบบสี่เหลี่ยม  สามเหลี่ยม  วงกลม  ข้าวหลามตัด  ฯลฯ
   ♠ Dissolve   :   ภาพจางซ้อน
                            :   นำ 2 ภาพมาซ้อนกัน  ภาพหนึ่งค่อยๆ จางออกไป  ในขณะที่อีกภาพหนึ่งค่อยๆ จางเข้ามาแทนที่
                            :   แสดงถึงกาลเวลาที่ผ่านไป
                             :   mix / lap-dissolve
   ♠ Cut    :   การนำภาพมาเรียงต่อกันอย่างรวดเร็ว
                    :   เป็นการเชื่อมต่อภาพที่ใช้บ่อยมากที่สุด
การตัดต่อแบบต่างๆ
   ♠ Reaction Shot
          :  shot ที่แสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของการกระทำ
          :  ได้จากการ insert ภาพ

   ♠ Over Re-action
          :  แบบเกินจริง  ตัดซ้ำๆๆ อย่างตั้งใจ
   ♠  Quick Cut
          :   ตัดแบบเร็วๆ  เพื่อดึงความสนใจและให้กระชับ
   ♠ Cut on Action
          :   ตัดระหว่างเคลื่อนไหว
          :   การเปลี่ยน shot ขณะที่คนกำลังจะนั่งลงหรือกำลังจะลุกขึ้น แล้วตัดภาพไปรับที่ shot ใหม่อีกมุมหนึ่งในกิริยาที่ต่อเนื่องกัน
    ♠ Split Edit
           :   ตัดโดยให้เสียงหรือภาพมาก่อน  แทนที่จะให้เสียงและภาพเปิดขึ้นมาพร้อมกัน